ผังเมือง EEC แปลงยาว ที่ดินสีเหลืองสร้างโรงงานได้ไหม?

การประกาศขายที่ดินในอำเภอแปลงยาวและพื้นที่ EEC เกือบทุกที่ จะมีบรรทัดหนึ่งเขียนว่า "ผังเมืองสีเหลือง" หรือ "สีม่วง" แล้วผู้ซื้อจำนวนมากก็ตัดสินใจจากบรรทัดนั้นบรรทัดเดียว ปัญหาคือสีที่ระบุมาจากระบบผังเมืองรวมแบบทั่วไป ขณะที่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมีแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินของตัวเองที่ใช้ "รหัสประเภทที่ดิน" คนละชุดกัน

บทความนี้จะอธิบายว่าทั้งสองระบบต่างกันอย่างไร ที่ดินประเภทไหนในแผนผัง EEC ที่ตั้งโรงงานได้จริง และผู้ซื้อควรตรวจสอบผังของแปลงที่สนใจ ด้วยขั้นตอนแบบไหนก่อนวางมัดจำ

"สีผังเมือง" ที่คนขายที่ดินพูดถึง มาจากผังคนละฉบับ

ในระบบผังเมืองรวมแบบที่คนไทยคุ้นเคย สีบนแผนที่คือตัวบอกประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคร่าว ๆ

  • สีม่วงหมายถึงที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
  • สีเขียวคือชนบทและเกษตรกรรม
  • สีแดงคือพาณิชยกรรม
  • สีเหลือง สีส้ม และสีน้ำตาล คือที่อยู่อาศัยที่ไล่ระดับความหนาแน่นจากน้อยไปมาก

สำหรับคำถามที่ว่า "ที่ดินสีเหลืองสร้างโรงงานได้ไหม" โดยหลักการแล้วสีเหลืองไม่ใช่โซนอุตสาหกรรม การเห็นคำว่าสีเหลืองในประกาศขายจึงไม่ควรถูกตีความว่าที่ดินแปลงนั้นพร้อมรองรับโรงงานโดยอัตโนมัติ แม้แปลงข้างเคียงจะติดนิคมอุตสาหกรรมก็ตาม ยังต้องดูรหัสพื้นที่ย่อยและข้อกำหนดเฉพาะของผังฉบับนั้นประกอบเสมอ


แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นสำหรับคนที่กำลังดูที่ดินในแปลงยาวคือ ในพื้นที่ EEC สีผังเมืองแบบเดิมไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะมีแผนผังอีกฉบับซ้อนอยู่



แผนผัง EEC พ.ศ. 2562 คือผังที่บังคับใช้จริงในพื้นที่

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ได้ออกประกาศ เรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 มาตรา 11 (7) และมาตรา 30 ถึง 32 ครอบคลุมพื้นที่ EEC ทั้งสามจังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง


จุดสำคัญที่ผู้ซื้อที่ดินควรรู้คือ ประกาศฉบับนี้กำหนดให้ใช้บังคับไปจนกว่าจะมีการใช้บังคับผังเมืองรวมที่จัดทำขึ้นตามแผนผังนี้ กล่าวคือแผนผัง EEC ทำหน้าที่เป็นกรอบใหญ่ที่ผังเมืองรวมระดับจังหวัดและอำเภอในพื้นที่ต้องเดินตาม ไม่ใช่ผังที่ถูกทับด้วยผังท้องถิ่นเดิม และแทนที่จะใช้ระบบสีล้วน แผนผังฉบับนี้แบ่งที่ดินออกเป็น 11 ประเภท พร้อมรหัสกำกับ ดังนี้


รหัส

ประเภทที่ดิน

สีในแผนผัง

สาระสำคัญ

พ.

ศูนย์กลางพาณิชยกรรม

แดง

ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า บริการ และท่องเที่ยว ห้ามโรงงานเป็นส่วนใหญ่

ม.

ชุมชนเมือง

ส้ม

ที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม ห้ามโรงงานเป็นส่วนใหญ่ คลังสินค้าใหญ่มีเงื่อนไขหน้ากว้างถนน

รม.

รองรับการพัฒนาเมือง

ส้มอ่อนมีจุดขาว

รองรับการขยายที่อยู่อาศัยชานเมือง ข้อห้ามใกล้เคียงชุมชนเมือง

ขก.

เขตส่งเสริมฯ กิจการพิเศษ

น้ำตาล

รองรับโครงการสำคัญตามนโยบาย ทำได้ทั้งอุตสาหกรรม พาณิชย์ ที่อยู่อาศัย

ขอ.

เขตส่งเสริมฯ อุตสาหกรรมเป้าหมาย

ม่วง

พื้นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ

อ.

พัฒนาอุตสาหกรรม

ม่วงอ่อนมีจุดขาว

รองรับการขยายตัวของโรงงาน คลังสินค้า และบริการอุตสาหกรรม

ชบ.

ชุมชนชนบท

เหลืองอ่อน

ศูนย์กลางชุมชนและบริการสังคม ห้ามอุตสาหกรรมหนักและอาคารขนาดใหญ่

สก.

ส่งเสริมเกษตรกรรม

เขียวอ่อน

รักษาพื้นที่เกษตรที่เป็นแหล่งอาหาร ห้ามโรงงานเป็นส่วนใหญ่

ปก.

ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

เหลืองแถบเขียว

เอกชนใช้ได้เท่ากับที่ดินประเภทชุมชนชนบท

ล.

โล่งเพื่อรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

เขียวแถบน้ำเงิน

นันทนาการและรักษาสิ่งแวดล้อมริมน้ำและชายฝั่ง

อป.

อนุรักษ์ป่าไม้

เขียวอ่อนแถบขาว

สงวนและคุ้มครองป่าไม้ สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ


จะเห็นว่าคำว่า "สีเหลือง" ในระบบ EEC ไม่ได้แปลว่าที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยแบบผังเมืองรวมทั่วไป แต่เหลืองอ่อนคือ ชบ. ชุมชนชนบท และเหลืองแถบเขียวคือ ปก. พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นคนละความหมายกันโดยสิ้นเชิง นี่คือเหตุผลที่การอ่านประกาศขายที่ดินด้วยสีอย่างเดียวจึงเสี่ยงต่อการเข้าใจผิด

สี่ประเภทที่คนหาที่ดินในแปลงยาวต้องรู้จัก

อำเภอแปลงยาวเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่โดยรอบมักเป็นส่วนผสมของที่ดินประเภทเขตส่งเสริมฯ ชุมชนชนบท และพื้นที่เกษตรกรรม สี่ประเภทที่มักเจอและมีผลต่อการตัดสินใจมากที่สุด ได้แก่

ขอ. — เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการอุตสาหกรรม

เป็นประเภทที่เอื้อต่อการตั้งโรงงานมากที่สุด ประกาศให้ประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ที่อยู่อาศัย เกษตรกรรม สาธารณูปโภค และการวิจัยที่เกี่ยวข้องได้ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับการประกาศเป็นเขตส่งเสริมฯ จะอยู่ในกลุ่มนี้ ข้อจำกัดคือที่ดินกลุ่มนี้แทบทั้งหมดอยู่ในมือผู้พัฒนานิคมแล้ว

อ. — ที่ดินประเภทพัฒนาอุตสาหกรรม

เป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม การผลิต บริการ และคลังสินค้า ซึ่งเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการตั้งโรงงานนอกนิคม ข้อกำหนดที่ควรทราบคือประเภทนี้ห้ามการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 5 ห้ามการจัดสรรเพื่อพาณิชยกรรม และห้ามอาคารขนาดใหญ่บางประเภท

ชบ. — ที่ดินประเภทชุมชนชนบท

วางไว้เป็นศูนย์กลางชุมชนและบริการทางสังคม ทำที่อยู่อาศัย เกษตรกรรม สถาบัน สาธารณูปโภค และธุรกิจบริการได้ แต่ห้ามอุตสาหกรรมหนัก ห้ามจัดสรรเพื่อพาณิชยกรรม และห้ามอาคารขนาดใหญ่ เหมาะกับหอพัก บ้านเช่า ร้านค้า และธุรกิจบริการรอบแหล่งงานมากกว่าการตั้งโรงงาน

สก. — ที่ดินประเภทส่งเสริมเกษตรกรรม

มีเจตนารมณ์ชัดเจนคือรักษาพื้นที่เกษตรกรรมที่เป็นแหล่งอาหาร โดยหลักห้ามโรงงานเกือบทุกประเภท มีข้อยกเว้นเฉพาะอุตสาหกรรมบางชนิดที่ใช้ผลผลิตการเกษตรเป็นวัตถุดิบและโรงแรมบางลักษณะ ผู้ที่ซื้อที่ดินเกษตรราคาถูกโดยหวังว่าจะเปลี่ยนเป็นโรงงานได้ในภายหลัง ควรประเมินความเสี่ยงข้อนี้ให้หนัก เพราะการเปลี่ยนประเภทที่ดินไม่ใช่สิ่งที่ผู้ซื้อควบคุมได้เอง

ผังเมืองผ่านแล้วยังไม่จบ

สมมติว่าแปลงที่สนใจอยู่ในประเภทที่ดินที่ตั้งโรงงานได้ ยังมีด่านที่สองรออยู่คือกฎหมายโรงงาน ซึ่งจัดจำพวกโรงงานตามกำลังเครื่องจักรและจำนวนคนงาน โดยเกณฑ์ที่ใช้กันในปัจจุบันภายใต้พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 คือ


จำพวก

เกณฑ์โดยสังเขป

สิ่งที่ต้องดำเนินการ

จำพวกที่ 1

เครื่องจักรไม่เกิน 20 แรงม้า และคนงานไม่เกิน 20 คน

ไม่ต้องแจ้งและไม่ต้องขออนุญาต แต่ยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

จำพวกที่ 2

เครื่องจักรเกิน 20 ถึง 50 แรงม้า หรือคนงานเกิน 20 ถึง 50 คน

แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มประกอบกิจการ

จำพวกที่ 3

เครื่องจักรเกิน 50 แรงม้า หรือคนงานเกิน 50 คน

ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4)


การแก้ไขกฎหมายเมื่อปี 2562 ทำให้กิจการขนาดเล็กจำนวนมากหลุดออกจากนิยาม "โรงงาน" ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย แต่สำหรับโรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ที่เข้าข่ายจำพวกที่ 3 การขอ ร.ง.4 ยังเป็นขั้นตอนที่ต้องวางแผนล่วงหน้าและใช้เวลา ที่สำคัญคือใบอนุญาตนี้จะออกให้ได้ก็ต่อเมื่อการใช้ประโยชน์ที่ดินสอดคล้องกับผังเมืองที่บังคับใช้อยู่ กล่าวคือ ผังเมืองเป็นเงื่อนไขตั้งต้น ไม่ใช่เรื่องที่แก้ทีหลังได้ด้วยใบอนุญาต



ข้อกำหนดที่มักถูกมองข้าม

นอกจากประเภทที่ดิน ประกาศ กพอ. ยังมีข้อกำหนดเชิงพื้นที่ที่ส่งผลต่อการวางผังโครงการโดยตรง สามเรื่องที่ควรตรวจตั้งแต่ก่อนซื้อ


ระยะร่นจากแหล่งน้ำ — แผนผังกำหนดระยะห่างจากแนวตลิ่งตามธรรมชาติของแม่น้ำสายหลัก เช่น แม่น้ำบางปะกง ไม่น้อยกว่า 200 เมตร และจากคลองสายรองไม่น้อยกว่า 50 เมตร ซึ่งหมายความว่าที่ดินที่ติดหรือใกล้ลำน้ำอาจใช้ประโยชน์ได้จริงน้อยกว่าเนื้อที่ตามโฉนดพอสมควร


สิทธิของโรงงานเดิม — โรงงานที่ได้รับอนุญาตอยู่ก่อนแล้วสามารถขยายในแปลงเดิม หรือในที่ดินต่อเนื่องที่ผู้ประกอบการถือครองอยู่ก่อนได้ ข้อนี้อธิบายว่าทำไมบางครั้งจึงเห็นโรงงานตั้งอยู่ในโซนที่ดูเหมือนไม่อนุญาต ซึ่งไม่ได้แปลว่าผู้ซื้อรายใหม่จะทำแบบเดียวกันได้


ข้อจำกัดการจัดสรร — ในที่ดินประเภทพัฒนาอุตสาหกรรม การจัดสรรที่อยู่อาศัยทำได้ในสัดส่วนจำกัดมาก ผู้ที่วางแผนพัฒนาโครงการผสมระหว่างโรงงานกับหอพักพนักงานควรอ่านข้อกำหนดส่วนนี้อย่างละเอียดก่อนวางแผนการเงิน

วิธีตรวจสอบผังเมืองของแปลงที่ดินจริง ก่อนวางมัดจำ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นกรอบภาพรวม ส่วนคำตอบของแปลงใดแปลงหนึ่งต้องมาจากการตรวจสอบรายแปลง ลำดับที่แนะนำมีสี่ขั้น


ขั้นที่ 1 ยืนยันตำแหน่งแปลงให้แน่ชัดก่อน เริ่มจากเลขที่โฉนดและระวาง แล้วดูรูปแปลงและตำแหน่งจริงผ่านระบบค้นหารูปแปลงที่ดินออนไลน์ของกรมที่ดิน (LandsMaps) เพราะการตรวจผังเมืองจากพิกัดที่คลาดเคลื่อนไปไม่กี่ร้อยเมตรอาจได้คำตอบคนละประเภทที่ดิน


ขั้นที่ 2 ตรวจประเภทที่ดินตามแผนผัง EEC ผ่านช่องทางของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร EEC OSS ซึ่งเผยแพร่ผังการใช้ประโยชน์ที่ดินอีอีซีไว้


ขั้นที่ 3 ยืนยันกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา ขั้นตอนนี้ข้ามไม่ได้ เพราะเป็นหน่วยงานที่ให้คำตอบอย่างเป็นทางการเรื่องข้อกำหนดที่บังคับใช้กับแปลงนั้น ณ เวลาที่สอบถาม และเป็นแหล่งที่จะบอกได้ว่ามีผังเมืองรวมฉบับใหม่ที่กำลังจะมีผลกับพื้นที่หรือไม่


ขั้นที่ 4 ตรวจเงื่อนไขฝั่งอุตสาหกรรม หากตั้งใจตั้งโรงงาน ควรสอบถามสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดถึงประเภทกิจการที่ตั้งได้ในทำเลนั้น และเงื่อนไขการขอ ร.ง.4 ควบคู่ไปกับการตรวจผังเมือง ไม่ควรทำทีหลังจากซื้อที่ดินแล้ว

ในทางปฏิบัติ ผู้ซื้อที่ดินแปลงใหญ่ที่รอบคอบมักกำหนดเงื่อนไขในสัญญาจะซื้อจะขายให้การตรวจสอบผังเมืองและความเป็นไปได้ของโครงการเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน แทนที่จะวางมัดจำก้อนใหญ่ไปก่อนแล้วค่อยตรวจ


คำถามที่พบบ่อย

Q: ที่ดินสีเหลืองสร้างโรงงานได้ไหม

A: โดยหลักการของผังเมืองรวมทั่วไป สีเหลืองคือที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ไม่ใช่โซนอุตสาหกรรม จึงไม่ควรสันนิษฐานว่าตั้งโรงงานได้ และในพื้นที่ EEC ยังต้องดูประเภทที่ดินตามแผนผัง EEC ซึ่งใช้รหัสคนละระบบกับสีอีกชั้นหนึ่ง คำตอบที่ใช้ได้จริงต้องมาจากการตรวจรายแปลงกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด


Q: แผนผัง EEC กับผังเมืองรวมจังหวัด อันไหนใช้บังคับ

A: ประกาศ กพอ. พ.ศ. 2562 กำหนดให้แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน EEC ใช้บังคับไปจนกว่าจะมีการใช้บังคับผังเมืองรวมที่จัดทำขึ้นตามแผนผังนี้ กล่าวคือแผนผัง EEC เป็นกรอบที่ผังเมืองรวมในพื้นที่ต้องสอดคล้องด้วย


Q: แผนผัง EEC แบ่งที่ดินเป็นกี่ประเภท

A: 11 ประเภท ได้แก่ พ. (ศูนย์กลางพาณิชยกรรม), ม. (ชุมชนเมือง), รม. (รองรับการพัฒนาเมือง), ขก. (เขตส่งเสริมฯ กิจการพิเศษ), ขอ. (เขตส่งเสริมฯ อุตสาหกรรมเป้าหมาย), อ. (พัฒนาอุตสาหกรรม), ชบ. (ชุมชนชนบท), สก. (ส่งเสริมเกษตรกรรม), ปก. (ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม), ล. (โล่งเพื่อรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม) และ อป. (อนุรักษ์ป่าไม้)


Q: ซื้อที่ดินเกษตรราคาถูกไว้ก่อน แล้วรอเปลี่ยนผังเป็นอุตสาหกรรม คุ้มไหม

A: เป็นความเสี่ยงที่ผู้ซื้อควบคุมไม่ได้ ที่ดินประเภทส่งเสริมเกษตรกรรมมีเจตนารมณ์ตามประกาศคือรักษาพื้นที่แหล่งอาหาร การปรับปรุงผังเป็นอำนาจของหน่วยงานรัฐและใช้เวลาไม่แน่นอน ผู้ที่ต้องการความแน่นอนในการตั้งโรงงานควรเลือกแปลงที่ประเภทที่ดินรองรับอยู่แล้ว


Q: โรงงานแบบไหนต้องขอ ร.ง.4

A: โรงงานจำพวกที่ 3 ซึ่งโดยเกณฑ์ทั่วไปคือมีเครื่องจักรเกิน 50 แรงม้า หรือคนงานเกิน 50 คน ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ส่วนจำพวกที่ 2 ใช้วิธีแจ้ง และจำพวกที่ 1 ไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาต แต่ยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด

Comments